เช็กเครดิตบูโร เช็กเครดิตบูโร

รู้ผลทันที! เช็กเครดิตบูโรแบบง่ายๆ ที่ไหนก็ได้ ไม่ยากอย่างที่คิด

  • เครดิตบูโรเป็นเสมือนบัตรประจำตัวทางการเงิน รวบรวมข้อมูลการชำระสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงิน
  • การเช็กเครดิตบูโรมีประโยชน์หลายด้าน เช่น ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล รู้สถานะทางการเงิน เตรียมพร้อมขอสินเชื่อ และป้องกันการฉ้อโกง เป็นต้น
  • มีหลายช่องทางในการเช็กเครดิตบูโร ได้แก่ ที่ธนาคาร ไปรษณีย์ และช่องทางออนไลน์ต่างๆ โดยแต่ละช่องทางมีข้อดี และข้อเสียแตกต่างกัน
  • ควรเช็กเครดิตบูโรอย่างสม่ำเสมอ และหากพบข้อมูลไม่ถูกต้อง ให้รีบดำเนินการแก้ไข ซึ่งการเช็กด้วยตัวเองไม่ส่งผลกระทบต่อคะแนนเครดิต

รู้หรือไม่ ว่าการเช็กเครดิตบูโรสำคัญกับชีวิตมากแค่ไหน? ไม่ว่าจะขอสินเชื่อ ซื้อบ้าน การเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่เช่าคอนโด ก็สามารถเป็นตัวตัดสินชะตาชีวิตการเงินของคุณได้เลย

แต่อย่าเพิ่งตกใจไป! การเช็กเครดิตบูโรไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่คิด บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักวิธีตรวจสอบเครดิตบูโรแบบง่ายๆ พร้อมคำแนะนำที่จะช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนขอสินเชื่อได้อย่างมั่นใจว่าผ่านฉลุย

เครดิตบูโร คืออะไร

เครดิตบูโร บัตรประจำตัวทางการเงินของคุณ

การเช็กเครดิตบูโร เป็นเหมือนการดูสมุดพกทางการเงิน ที่เรียกกันว่า บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau) คือองค์กรที่ทำหน้าที่รวบรวม และจัดเก็บข้อมูลการชำระสินเชื่อของลูกค้าจากสถาบันการเงินต่างๆ ทั่วประเทศ โดยข้อมูลเหล่านี้ จะถูกนำมาใช้ในการประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงินของบุคคล หรือองค์กร โดยรายงานเครดิตบูโรนั้น จะประกอบไปด้วยข้อมูลสำคัญหลายอย่าง ได้แก่

  • ข้อมูลส่วนบุคคล: ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด ที่อยู่
  • ประวัติการชำระหนี้: ทั้งการชำระตรงเวลา และการชำระล่าช้า
  • บัญชีสินเชื่อทั้งหมดที่คุณมี: บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์

ซึ่งทั้งหมดนี้ จะถูกเอามาคิดเป็นคะแนนเครดิต ซึ่งก็คือเกรดทางการเงิน ยิ่งคะแนนสูง โอกาสได้สินเชื่อก็ยิ่งมากนั่นเอง

ทำไมต้องเช็กเครดิตบูโร

ทำไมต้องเช็กเครดิตบูโร เคล็ดลับการเงินที่คุณต้องรู้

การเช็กเครดิตบูโรเป็นประจำนั้นมีประโยชน์มากมาย ไม่ใช่แค่เพื่อรู้คะแนนเครดิตของตัวเองเท่านั้น แต่ยังมีเหตุผลสำคัญอื่นๆ อีก ดังนี้

  • ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล: บางครั้งอาจมีข้อผิดพลาดในการบันทึกข้อมูล การเช็กเครดิตบูโรจะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบ และแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องได้ทันท่วงที
  • รู้สถานะทางการเงินของตัวเอง: การเช็กเครดิตบูโรจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของภาระหนี้สิน และพฤติกรรมการชำระหนี้ของตัวเอง ทำให้สามารถวางแผนการเงินในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น
  • เตรียมพร้อมสำหรับการขอสินเชื่อ: หากวางแผนจะขอสินเชื่อในอนาคต การรู้คะแนนเครดิตของตัวเองล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถเตรียมตัว และปรับปรุงคะแนนเครดิตให้ดีขึ้นก่อนยื่นขอสินเชื่อได้
  • ป้องกันการฉ้อโกงทางการเงิน: การเช็กเครดิตบูโรเป็นประจำจะช่วยให้สามารถตรวจพบธุรกรรมที่ผิดปกติ หรือการใช้ข้อมูลส่วนตัวในทางที่ผิดได้อย่างรวดเร็ว
  • เพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน: เมื่อคุณรู้คะแนนเครดิตของตัวเอง คุณจะเพิ่มโอกาสในการยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้มากขึ้น รวมถึงอาจได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า

วิธีการเช็กเครดิตบูโร รู้ไว้ก่อน กู้ผ่านง่าย!

การเช็กเครดิตบูโรนั้นมีหลายวิธี แต่ละวิธีก็มีข้อดี และข้อเสียแตกต่างกันไป มาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้าง และวิธีไหนจะเหมาะกับคุณที่สุด!

วิธีเช็กเครดิตบูโรที่ธนาคาร

เช็กเครดิตบูโรที่ธนาคาร

การเช็กเครดิตบูโรที่ธนาคาร เป็นวิธีที่หลายคนคุ้นเคย แต่อาจไม่สะดวกสำหรับทุกคน เนื่องจากต้องเดินทางไปที่ธนาคารในเวลาทำการ และอาจต้องรอคิวนาน อย่างไรก็ตาม ข้อดีคือคุณจะได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ธนาคารโดยตรง

หมายเหตุ* : สามารถเช็กเครดิตบูโรได้ที่สาขาธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารกรุงศรี หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยชำระค่าธรรมเนียม 150 บาทต่อ 1 ฉบับ

ขั้นตอนการเช็กเครดิตบูโรที่ธนาคาร มีดังนี้

  1. นำเอกสารส่วนตัว เช่น บัตรประชาชน และเอกสารที่จำเป็นอื่นๆ ไปยังสาขาของเครดิตบูโร หรือจุดบริการที่กำหนด
  2. กรอกแบบฟอร์มขอรายงานข้อมูลเครดิตตามที่กำหนด
  3. ค่าบริการการขอรายงาน (รายงานข้อมูลเครดิต 150 บาท, รายงานข้อมูลเครดิตและเครดิตสกอริ่ง 200 บาท)
  4. รอรับรายงานข้อมูลเครดิต ซึ่งจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติการชำระหนี้ของคุณ
  5. ตรวจสอบข้อมูลในรายงานเพื่อให้แน่ใจว่าถูกต้อง และไม่มีข้อผิดพลาด
วิธีเช็กเครดิตบูโรที่ไปรษณีย์

เช็กเครดิตบูโรที่ไปรษณีย์

การเช็กเครดิตบูโรที่ไปรษณีย์ เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ก็ยังต้องเดินทางไปที่ทำการไปรษณีย์ และอาจใช้เวลานานในการรอผล

ขั้นตอนการเช็กเครดิตบูโรที่ไปรษณีย์ มีดังนี้

  1. นำบัตรประชาชน หรือเอกสารแสดงตัวตนอื่นๆ ไปยังไปรษณีย์
  2. กรอกแบบฟอร์มขอเช็กเครดิตบูโร โดยระบุข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน
  3. ชำระค่าธรรมเนียมการตรวจสอบตามที่กำหนด
  4. รอรับรายงานเครดิตบูโร ใช้เวลา 7 วันทำการ
  5. ตรวจสอบข้อมูลในรายงานว่าเป็นไปตามความเป็นจริง และหากพบข้อผิดพลาดสามารถขอแก้ไขได้ทันที

เช็กเครดิตบูโรผ่านแอปทางรัฐ

แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้ถูกพัฒนาโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) เป็นบริการที่เกิดจากความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ที่รวบรวมบริการของภาครัฐที่สำคัญมาไว้อยู่ในแอปพลิเคชันเดียว

แอปพลิเคชันนี้มีจุดเด่นที่สามารถตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรได้ฟรี ประชาชนสามารถดาวน์โหลดแอปทางรัฐได้ทั้งระบบ iOS และ Android โดยหลังจากติดตั้งและลงทะเบียนแล้ว สามารถเข้าใช้บริการตรวจสอบเครดิตบูโรได้ทันทีผ่านเมนู “ตรวจสอบเครดิตบูโร”

ช่องทางอื่นๆ ที่สามารถเช็กเครดิตบูโรเพิ่มเติมได้

ช่องทางอื่นๆ ที่สามารถเช็กเครดิตบูโรเพิ่มเติมได้

นอกจากการเช็กเครดิตบูโรที่ธนาคาร และไปรษณีย์แล้ว ยังมีช่องทางอื่นๆ ทางออนไลน์ ที่คุณสามารถเช็กเครดิตบูโรผ่านมือถือ รู้ผลทันที โดยเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแต่ละช่องทางได้ที่เว็บไซต์ทางการของเครดิตบูโร (NCB): http://www.ncb.co.th/

เอกสารที่ใช้ในการเช็กเครดิตบูโร

เอกสารที่ต้องเตรียม ก่อนเช็กเครดิตบูโร

ไม่ว่าจะเลือกเช็กเครดิตบูโรที่ธนาคาร ไปรษณีย์ หรือด้วยตัวเองทางออนไลน์ ก็จำเป็นต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม ดังนี้

  • สำหรับบุคคลสัญชาติไทย
    • บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง) หรือบัตรอื่นที่หน่วยงานราชการออกให้ ที่แสดงเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน
  • สำหรับบุคคลต่างด้าว
    • หนังสือเดินทาง (ตัวจริง) หรือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ตัวจริง)
  • กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นตรวจสอบเครดิตบูโร
    • หนังสือมอบอำนาจบุคคลธรรมดา กรอกรายละเอียด และลงนามให้ครบถ้วน
    • สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ เซ็นรับรองสำเนา พร้อมแสดงบัตรประชาชนตัวจริง
    • สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ เซ็นรับรองสำเนา พร้อมแสดงบัตรประชาชนตัวจริง
วิธีขอแก้ไขข้อมูลเครดิตบูโร

เช็กบูโรอย่างไร ให้เพิ่มโอกาสกู้สินเชื่อผ่าน

ควรเช็กเครดิตบูโรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และติดตามสถานะทางการเงินของคุณ หากพบข้อมูลไม่ถูกต้อง ให้ดำเนินการแก้ไขโดยทันที ดังนี้

  1. ติดต่อสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องเพื่อแจ้งข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
  2. ยื่นคำร้องขอแก้ไขข้อมูลผ่านเครดิตบูโรโดยตรง
  3. ติดตามผลการแก้ไข และตรวจสอบรายงานเครดิตอีกครั้งหลังจากการแก้ไข

การเช็กข้อมูลเครดิตตนเอง จะตรวจกี่ครั้งก็ไม่มีผลต่อการพิจารณาขอสินเชื่อของสถาบันการเงิน เนื่องจากเป็นสิทธิพื้นฐานในการเข้าถึงข้อมูลเครดิตของตนเอง


การเช็กเครดิตบูโรเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เข้าใจสถานะทางการเงินของตัวเอง และเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อ ทั้งนี้ สามารถเช็กได้หลายช่องทาง ทั้งที่ธนาคาร ไปรษณีย์ หรือช่องทางอื่นๆ ทางออนไลน์


การเตรียมเอกสารให้พร้อม และการตรวจสอบข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดได้ทันท่วงที และรักษาสถานะเครดิตที่ดีไว้ได้ ที่สำคัญ การเช็กเครดิตบูโรด้วยตัวเองไม่ส่งผลเสียต่อคะแนนเครดิต ดังนั้น อย่าลังเลที่จะตรวจสอบบ่อยๆ เพื่อความมั่นใจศักยภาพทางการเงิน


* สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan : กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 17%-25% ต่อปี

อ่านบทความช่วยเรื่องกู้รู้จริงเพิ่มเติม

คลิกเลย
แตะเพื่อเปิด