-
ความผันผวนในโลกการลงทุนกำลังก้าวสู่การเป็น “New Normal” จากทั้งเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนไปและเทคโนโลยีที่ปรับตัวเร็ว รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ตลาดการลงทุนมีการปรับตัวที่เร็วและรุนแรงขึ้น
-
ในบริบทเช่นนี้นักลงทุนจำเป็นต้อง “เปลี่ยนใหม่” จากการรอจับจังหวะหรือรอให้ตลาดนิ่งเพื่อ “ไปต่อ” เป็นการสร้างพอร์ตที่สามารถอยู่กับความผันผวนได้อย่างมีระบบ ผ่านการกระจายการลงทุนที่เหมาะสมเพื่อให้พอร์ตสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
เริ่มปี 2026 ผลตอบแทนกองทุน K-WealthPLUS Series ยังไปต่อ
เปิดปี 2026 มาไม่ถึงสองเดือน แต่ตลาดการลงทุนโลกต้องรับแรงกระแทกต่อเนื่องจากทิศทางการลดดอกเบี้ยที่ยังคลุมเครือ ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐฯ แกว่งตัวขึ้น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราวอีกต่อไปเนื่องจากประเทศมหาอำนาจแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น รวมถึงความกังวลต่อมูลค่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งความผันผวนที่เข้ามาให้เห็นจนเคยชินในปัจจุบัน กลายเป็นสิ่งที่จะอยู่กับเราจนเป็น New Normal ไปแล้วและเราต้องอยู่กับมันให้ได้เช่นกัน

ถึงแม้จะผ่านอะไรมาตั้งแต่ต้นปี แต่ผลตอบแทนของกองทุน K-WealthPLUS Series ยังสามารถทำผลตอบแทนเป็นบวกได้ โดยตั้งแต่ต้นปี K-WPBALANCED +0.7%, K-WPSPEEDUP +1.3% และ K-WPULTIMATE +1.6% (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ม.ค. 2026) ซึ่งได้อานิสงส์จากตลาดหุ้นยุโรป รวมถึงหุ้นเอเชียที่ยังปรับตัวได้ดีขึ้น จากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นที่มีโอกาสเติบโต
เปลี่ยนใหม่ หรือไปต่อ เส้นทางที่ต้องเลือก...หรือจะไปพร้อมกันได้
ในวันที่ตลาดผันผวนและธีมการลงทุนหมุนเร็วขึ้นกว่าที่เคย คำถามของนักลงทุนอาจไม่ใช่ว่า ควรเปลี่ยนพอร์ตทั้งหมดหรือไปต่อกับของที่มีอยู่เดิมเท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิด จากเดิมที่หวังให้ตลาดกลับมานิ่งแล้วค่อยเข้าลงทุน มาเป็นการยอมรับความผันผวนที่จะกลายเป็น New Normal ของโลกการลงทุนยุคใหม่ หรือจากเดิมที่ต้องจับจังหวะการลงทุนให้แม่นยำ มาเป็นการออกแบบพอร์ตให้กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถเดินหน้าได้ในทุกสภาวะตลาด เพราะความได้เปรียบของการลงทุนไม่ได้อยู่แค่การจับจังหวะ แต่อยู่ที่การเตรียมพอร์ตให้พร้อมสามารถรับแรงกระแทกจากทุกทิศทางได้ด้วยนั่นเอง
ไปต่อ...กับทุกย่างก้าวด้วยความมั่นใจ
การปรับพอร์ตที่ทันต่อสถานการณ์เห็นได้จากพอร์ตที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาดังตัวอย่างพอร์ต K-WPSPEEDUP จากเดือนมกราคม 2025 จนถึงเดือนมกราคม 2026 เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก เห็นได้ชัดจากสัดส่วนในหุ้นสหรัฐฯ และตราสารหนี้ไทยที่ปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ประโยชน์จากภาวะตลาดที่เปลี่ยนไป แต่ในระหว่างทางรายละเอียดการปรับพอร์ตนั้นมากกว่าที่เราเห็น จาก Fund Manager ที่คอยติดตามตลาดเพื่อไม่ให้พอร์ตการลงทุนพลาดผลตอบแทนแม้แต่น้อย จึงทำให้เรามั่นใจได้ว่าพอร์ตการลงทุนนั้นมีมืออาชีพคอยดูแลอยู่เพื่อให้ผ่านความยากลำบากในทุกช่วงเวลาได้
คำแนะนำลงทุนจาก K WEALTH
สำหรับนักลงทุนที่เห็นถึงโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวจาก K-WealthPLUS Series โดยมีการกระจายการลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลกที่ครบจบในกองเดียว พร้อมทั้งได้สิทธิลดหย่อนภาษี
- นักลงทุนมือใหม่หรือรับความผันผวนได้ปานกลาง ที่อยากเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนให้พอร์ตมากขึ้น แนะนำลงทุนในหุ้นประมาณ 30%
- K-WPBALANCED สะสมเพื่อโอกาสที่โตต่อเนื่อง
- K-WPBALRMF พร้อมประโยชน์ทางภาษี
- นักลงทุนที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนสูงขึ้น แต่ก็รับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นเพิ่มขึ้นเช่นกัน แนะนำลงทุนในหุ้นประมาณ 65%
- K-WPSPEEDUP สะสมเพื่อโอกาสที่โตต่อเนื่อง
- K-WPSPEEDRMF พร้อมประโยชน์ทางภาษี
- นักลงทุนที่รับความผันผวนได้สูง เพื่อโอกาสสร้างพอร์ตเติบโตในระยะยาวแนะนำลงทุนในหุ้นประมาณ 85%
- K-WPULTIMATE สะสมเพื่อโอกาสที่โตต่อเนื่อง
- K-WPULTIRMF พร้อมประโยชน์ทางภาษี
ยกระดับอย่างเป็นระบบด้วยการผสมผสาน K-WealthPLUS Series กับกองทุนแนะนำ...เพื่อโอกาสที่ดีกว่า
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการยกระดับพอร์ตการลงทุนแบบมืออาชีพ ด้วยการผสมผสาน K-WealthPLUS Series ไปพร้อมกับกองทุนอื่นๆ K WEALTH แนะนำลงทุน K-WealthPLUS Series เป็นพอร์ตหลักเพื่อช่วยสร้างเสถียรภาพ และกระจายความเสี่ยงมากขึ้น พร้อมเปิดโอกาสในสินทรัพย์หรือกลยุทธ์ที่มีศักยภาพสู่เป้าหมายได้รับผลตอบแทนที่ดีในช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกด้วย

กองทุน
| นโยบายการลงทุน
|
K-GDBOND
| ลงทุนตราสารหนี้คุณภาพดีหลากหลายประเภททั่วโลก เพื่อรายได้สม่ำเสมอผ่านกองทุนPIMCO GIS Income Fund
|
K-APB
| ลงทุนในตราสารหนี้เอกชนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกผ่านกองทุน LO Funds – Asia Value Bond
|
K-CHANGE
| ลงทุนในหุ้นบริษัททั่วโลกที่สร้างผลกระทบเชิงบวก และการเปลี่ยนแปลงให้กับโลกผ่านกองทุน Baillie Gifford Positive Change Fund
|
K-US500X
| ลงทุนดัชนี S&P 500 ผ่าน iShares Core S&P 500 ETF
|
K-GTECH
| ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกทั้งกลุ่ม Semiconductor, Software และอื่นๆที่เกี่ยวข้องผ่านกองทุนCT (Lux) Global Technology
|
K-GINFRA
| ลงทุนในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อเศรษฐกิจโลกผ่านกองทุนWellington Enduring Infrastructure Assets Fund
|
K-EUX
| ลงทุนในกองทุน iShares Core EURO STOXX 50 UCITS ETF
|
K-ATECH
| ลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี สื่อ และการสื่อสาร ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นผ่านกองทุน JPMorgan Pacific Technology Fund
|
K-GHEALTH
| ลงทุนในหุ้นสุขภาพ ทั่วโลกผ่านกองทุน JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund
|
K-INDIA
| ลงทุนหุ้นอินเดียคุณภาพดี เติบโตสูงและมีราคาถูกกว่ามูลค่าที่แท้จริงผ่านกองทุนGoldman Sachs India Equity Portfolio
|
K-CHINA
| ลงทุนหุ้นจีนที่มีคุณภาพดี เติบโตสูง ผ่านกองทุนหลัก JP Morgan China Fund
|
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-WPULTIMATE: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- K- WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6