อัปเดตกองทุนผสม ต.ค. 69 เมื่อ Bond Yield สหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 24 ปี

K-WealthPLUS Series ปรับพอร์ตรับมือความเสี่ยง พร้อมคว้าโอกาสนี้อย่างไร

กดฟัง
หยุด
​
    ​
  • ​ Fed ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. ซึ่งเป็นการขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นอีกก่อนสิ้นปี ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) 10 ปีสหรัฐฯ พุ่งเกิน 5.3% สูงสุดตั้งแต่ปี 2002 หรือในรอบ 24 ปี และทำให้เดือนกันยายนทั้งหุ้นและตราสารหนี้ปรับลงพร้อมกัน
  • ​
  • ​ ​ แม้ดอกเบี้ยจะอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่กำไรบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ไตรมาส 3 คาดว่าจะยังเติบโตดี ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญของตลาดหุ้น ขณะที่เงินเฟ้อเดือน ก.ย. ที่ออกมาสูงกว่าคาดที่ 3.7% ทำให้ต้องจับตาการประชุม Fed (วันที่ 27-28 ต.ค.) และการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ (วันที่ 3 พ.ย.) อย่างใกล้ชิด
  • ​
​

Bond Yield สูงสุดในรอบ 24 ปี เมื่อหุ้นและตราสารหนี้ร่วงพร้อมกัน

หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับฐานตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน Fed ได้ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในวันที่ 16 ก.ย. ด้วยมติเอกฉันท์ 12-0 โดยประธาน Kevin Warsh ย้ำว่า “เงินเฟ้อสูงเกินไปและยาวนานเกินไป” ขณะที่ Dot Plot ชี้ว่ากรรมการ 16 จาก 18 คน คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ แรงกดดันดังกล่าวผสมกับเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน การขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ และการออกหุ้นกู้จำนวนมากของบริษัทเทคโนโลยีเพื่อลงทุนด้าน AI ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีสหรัฐฯ พุ่งเกิน 5.3% สูงสุดตั้งแต่ปี 2002 ส่งผลให้ผลตอบแทนจากตลาดตราสารหนี้ในเดือนกันยายนถูกกดดันระยะสั้น


เข้าสู่เดือนตุลาคม ตลาดยังผันผวนสูง แม้ S&P 500 และ Nasdaq จะทำสถิติสูงสุดใหม่ จากความคาดหวังต่อผลประกอบการไตรมาส 3 แต่ตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) เดือนกันยายนออกมาสูงกว่าคาดที่ 3.7% (จาก 3.4% ในเดือนก่อน) เนื่องจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้ Bond Yield 10 ปี ดีดตัวขึ้นแรงระหว่างวัน และ Nasdaq ร่วง -1.9% แรงที่สุดตั้งแต่เดือน ก.ค. หลังจากนั้นความกังวลเรื่องการกู้เงินจำนวนมากเพื่อลงทุนด้าน AI ยังกดดันหุ้นเทคโนโลยีต่อเนื่อง โดยเม็ดเงินส่วนหนึ่งไหลเข้าพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้ Bond Yield 10 ปี ปิดที่ราว 5.08% ปรับลดลงจากจุดสูงสุดที่เกิน 5.3% แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับสูง


ในเดือนกันยายนที่ทั้งหุ้นและตราสารหนี้ถูกกดดันพร้อมกัน กองทุน K-WealthPLUS Series ประคองตัวได้ดี โดยผลตอบแทนกองทุน K-WPBALANCED -1.3%, K-WPSPEEDUP -0.2% และ K-WPULTIMATE +0.3% ส่วนเดือนตุลาคม แม้กองทุนจะเริ่มต้นเดือนเป็นบวก แต่เงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดและแรงขายหุ้นกลุ่ม AI ช่วงกลางเดือนทำให้ผลตอบแทน (MTD) ของกองทุนปรับลงมาอยู่ที่ -0.5%, -1.1% และ -1.5% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) ยังเป็นบวกที่ 2.0%, 8.4% และ 12.1% ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 14 ต.ค. 2026)


​

Yield พุ่ง vs กำไรแกร่ง... ปัจจัยที่ต้องติดตามในเดือนนี้


ประเด็น
ประเภท
รายละเอียด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield)
ความเสี่ยง
Bond Yield 10 ปีสหรัฐฯ พุ่งเกิน 5.3% สูงสุดในรอบ 24 ปี จากแรงกดดันทั้งเงินเฟ้อ และหุ้นกู้ AI ที่ออกมาจำนวนมาก แม้ล่าสุดจะย่อลงมาปิดที่ราว 5.08% จากแรงซื้อพันธบัตรเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยช่วงที่หุ้นเทคโนโลยีถูกเทขาย แต่ยังอยู่ในระดับสูงและผันผวนมาก
ทิศทางดอกเบี้ย Fed
ความเสี่ยง
CPI เดือน ก.ย. ออกมา 3.7% (Core CPI 2.6%) สูงกว่าคาด ทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง โดย CME FedWatch ให้โอกาสขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27-28 ต.ค. ราว 30% และขึ้นภายในเดือน ธ.ค. สูงถึง 88%
ราคาน้ำมัน & ภูมิรัฐศาสตร์
ความเสี่ยง
ความขัดแย้งกับอิหร่านและการโจมตีเรือขนส่งในอ่าวเปอร์เซียดันราคาน้ำมันขึ้นต่อเนื่องยังเป็นตัวเร่งหลักของเงินเฟ้อ ขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันที่ 3 พ.ย. อาจเพิ่มความผันผวน
กลุ่มเทคโนโลยี & AI
ปัจจัยผสม
Nasdaq ทำสถิติสูงสุดใหม่ต้นเดือน ต.ค. แต่กลางเดือนถูกเทขายหนัก จากความกังวลว่าการกู้เงินจำนวนมากเพื่อสร้าง Data Center อาจไม่คุ้มกับรายได้จาก AI ในอนาคต ทำให้เม็ดเงินหมุนออกจากหุ้นเทคโนโลยีไปยังกลุ่มอื่น เช่น พลังงาน
กำไรบริษัทจดทะเบียน
ปัจจัยหนุน
ฤดูประกาศงบไตรมาส 3 เริ่มต้นได้ดี โดยบริษัทใน S&P 500 ที่ประกาศแล้วมีกำไรดีกว่าคาด

พอร์ตพร้อมรับมือ และพร้อมคว้าโอกาส... K-WealthPLUS Series วางพอร์ตไว้อย่างไร

เมื่อ Bond Yield พุ่งขึ้น สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ พันธบัตรระยะยาว เพราะยิ่งอายุยาว ราคาก็ยิ่งอ่อนไหวต่อการขึ้นของดอกเบี้ย นี่คือเหตุผลที่กองทุน K-WealthPLUS Series เลือกถือตราสารหนี้คน้อยกว่า Benchmark อย่างชัดเจน เปรียบเหมือนการกางร่มไว้ก่อนฝนตก เมื่อพายุ Bond Yield มาถึงในเดือนกันยายน พอร์ตจึงได้รับผลกระทบน้อยกว่าตลาด และเมื่อดูพอร์ต ณ สิ้นเดือนกันยายน 2026 จะเห็นว่าการวางพอร์ตยังสอดคล้องกับสภาพตลาดในตอนนี้ ทั้งการรับมือกับ Bond Yield ที่ยังผันผวน และการรับโอกาสจากกำไรบริษัทที่ยังเติบโต ดังนี้


ถือตราสารหนี้น้อยกว่า Benchmark ช่วยลดผลกระทบจาก Bond Yield ที่ยังผันผวน และยังเก็บพื้นที่ไว้ทยอยเพิ่มตราสารหนี้เพื่อรับผลตอบแทนในระดับสูง เมื่อทิศทางดอกเบี้ยชัดเจนขึ้น


ถือหุ้นกู้ High Yield และสินทรัพย์ทางเลือก ซึ่งได้รับผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยน้อยกว่าพันธบัตรระยะยาว ช่วยสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยงให้พอร์ต


ถือหุ้นมากกว่า Benchmark โดยเน้นเอเชีย ญี่ปุ่น และไทย ซึ่งราคายังไม่แพงเมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาแล้ว เพื่อรับโอกาสจากกำไรบริษัทที่ยังเติบโต ขณะที่ถือหุ้นยุโรปน้อยกว่า Benchmark และถือหุ้นสหรัฐฯ ใกล้เคียง Benchmark เพื่อไม่ให้พอร์ตกระจุกตัวในตลาดที่มูลค่าหุ้นสูง


คำแนะนำลงทุนจาก K WEALTH

ในช่วงที่ดอกเบี้ยยังเป็นขาขึ้นและ Bond Yield ผันผวนสูง การจัดพอร์ตแบบหุ้นผสมตราสารหนี้ทั่วไปอาจไม่เพียงพอ นักลงทุนจึงควรเลือกกองทุนที่บริหารความเสี่ยงฝั่งตราสารหนี้อย่างยืดหยุ่น และกระจายการลงทุนหลายภูมิภาคเพื่อรับโอกาสจากกำไรบริษัทที่ยังเติบโต ซึ่งเป็นจุดที่ K-WealthPLUS Series ตอบโจทย์ โดยเลือกกองทุนให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่รับได้ ดังนี้


ประเภทนักลงทุน
คำแนะนำ
•นักลงทุนมือใหม่หรือรับความผันผวนได้ปานกลางที่อยากเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนให้พอร์ตมากขึ้นลงทุนในหุ้นประมาณ 30%
• K-WPBALANCED สะสมเพื่อโอกาสที่โตต่อเนื่อง
• K-WPBALRMF พร้อมประโยชน์ทางภาษี
•นักลงทุนที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนสูงขึ้นแต่ก็รับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นเพิ่มขึ้นเช่นกัน ลงทุนในหุ้นประมาณ 65%
• K-WPSPEEDUP สะสมเพื่อโอกาสที่โตต่อเนื่อง
• K-WPSPEEDRMF พร้อมประโยชน์ทางภาษี
•นักลงทุนที่รับความผันผวนได้สูงเพื่อโอกาสสร้างพอร์ตเติบโตในระยะยาว
ลงทุนในหุ้นประมาณ 85%
• K-WPULTIMATE สะสมเพื่อโอกาสที่โตต่อเนื่อง
• K-WPULTIRMF พร้อมประโยชน์ทางภาษี

หมายเหตุ:
  • ระดับความเสี่ยงกองทุน
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
    • K-WPULTIMATE: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    • K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+5 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 5 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+5) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันจันทร์ของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
    • K- WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+5

คำเตือน

*ผลตอบแทนในอดีตมิได้ยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต กองทุนรวมนี้มีลักษณะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะเงื่อนไขของผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสอนใจลงทุน

ผู้เขียน

K WEALTHกิตติภพ เรืองอ่อน AISA, AFPT

Back to top