-
ตลาดหุ้นเอเชียฟื้นตัวนำโดยดัชนี KOSPI และ Nikkei 225 สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ร่วงแรงกว่า 30% ระหว่างวัน หลังทรัมป์ส่งสัญญาณปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านใกล้เสร็จสมบูรณ์
-
การปรับตัวลงของราคาน้ำมันเป็นผลจากการตอบสนองต่อคำพูดของผู้นำสหรัฐฯ มากกว่าการฟื้นตัวของอุปทานจริงในตลาด หากความขัดแย้งดำเนินต่อและช่องแคบฮอร์มุซไม่สามารถเปิดใช้งานได้จริง ราคาน้ำมันดิบมีความเสี่ยงสูงที่จะดีดตัวกลับอย่างรุนแรง
Market Update
วันที่ 10 มี.ค. 2569 ตลาดหุ้นเอเชียฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง นำโดยดัชนี KOSPI และ Nikkei 225 สอดคล้องกับการร่วงลงอย่างรุนแรงของราคาน้ำมันดิบโลก โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ดิ่งลงกว่า 30% ระหว่างวัน จากระดับเกือบ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ราว 84-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านใกล้เสร็จสมบูรณ์ พร้อมพิจารณาส่งกองทัพเรือเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซและพิจารณาผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ผนวกกับการเตรียมระบายน้ำมันสำรอง (SPR) ของกลุ่ม G7
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นเอเชียและการร่วงลงของราคาน้ำมันยังคงเป็นเพียงภาวะ Relief Rally ที่เปราะบาง สถานการณ์จริงในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด โดยช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดตายในทางปฏิบัติ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธการหยุดยิงและขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อนบ้านที่ให้การสนับสนุนสหรัฐฯ และราคาน้ำมันในปัจจุบันก็ยังถือว่าอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม
Related Indices & Funds
- KOSPI [+4.70%]
- Nikkei 225 [+3.20%]
- SET Index [+3.20%]
- Hang Seng [+1.26%]
- CSI300 [+0.94%]
- Brent [-27.06%]
(ข้อมูล ณ วันที่ 10 มี.ค. 2569)
Market Outlook
แม้ในระยะสั้นตลาดหุ้นเอเชียจะได้รับแรงหนุนทางจิตวิทยาจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน แต่ตลาดกำลังอยู่ในสภาวะที่ขับเคลื่อนด้วยพาดหัวข่าวรายวัน (Headline-driven) อย่างมาก การปรับตัวลงของราคาน้ำมันเป็นผลจากการตอบสนองต่อคำพูดของผู้นำสหรัฐฯ มากกว่าการฟื้นตัวของอุปทานจริงในตลาด การตัดสินใจลงทุนตามอารมณ์ตลาดในระยะนี้จึงมีความเสี่ยงสูง
ปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ สถานะการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซและท่าทีของอิหร่านที่อ้างสิทธิเตรียมโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศกลุ่มอ่าวอาหรับ รวมถึงมติการประชุมฉุกเฉินของรัฐมนตรีพลังงานกลุ่ม G7 ในการแทรกแซงราคาพลังงาน หากความขัดแย้งดำเนินต่อไปและช่องแคบฮอร์มุซไม่สามารถเปิดใช้งานได้จริง ราคาน้ำมันดิบมีความเสี่ยงสูงที่จะดีดตัวกลับอย่างรุนแรง
(ข้อมูล ณ วันที่ 10 มี.ค. 2569)
คำแนะนำการลงทุน
- กองทุนอ่อนไหวสูง เช่น K-INDIA, K-CHINA, ES-EG กรณีมีสถานะการลงทุนอยู่ แนะนำ “ถือได้” หากยังไม่มี “รอประเมิน” ระยะสั้น
- กองทุนผสมหรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานจำกัด คาดว่าจะอ่อนไหวกลาง-ต่ำ เช่น K -WealthPLUS Series, K-CHANGE, K-GINFRA, K-GHEALTH, SCBRS2000, K-ATECH กรณีมีสถานะการลงทุนอยู่ แนะนำ “ถือได้” หากยังไม่มี “ทยอยสะสมได้” เนื่องจากกลุ่มกองทุนเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปัจจัยพื้นฐาน
- สำหรับกองทุนตราสารหนี้ แนะนำ “ถือได้” เหมาะสำหรับการพักเงินช่วงตลาดผันผวน กรณีรับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำสับเปลี่ยนกองทุนไปยัง K-SF, K-SFPLUS หากเน้นการลงทุนระยะยาวและรับความผันผวนได้ ใช้จังหวะปรับฐานทยอยสะสมกองทุนตราสารหนี้โลก เช่น กองทุน K-GDBOND
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-SF, K-SFPLUS: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
- K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-WPULTIMATE, K-INDIA, K-CHINA, ES-EG, K-CHANGE, K-GINFRA, K-GHEALTH, K-ATECH, SCBRS2000: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-SF, K-SFPLUS: ป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน
- ES-EG, SCBRS2000: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 90% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-INDIA, K-CHINA, K-CHANGE, K-GINFRA, K-GHEALTH: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE, K-ATECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
- K-SF, K-SFPLUS: T+1
- K-GDBOND, SCBRS2000: T+2
- K-INDIA, K-CHINA, ES-EG, K-CHANGE, K-GINFRA, K-GHEALTH, K-ATECH: T+4
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6