K WEALTH มองว่า ตราสารหนี้ไทยอาจมีแรงกดดันจากเงินเฟ้อและงบประมาณภาครัฐที่ตึงตัว
แต่ยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าถือเพื่อช่วยพยุงพอร์ตและลดความเสี่ยงในช่วงที่โลกผันผวน
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ K WEALTH: ยังคงมุมมองค่อนข้างบวก (Slightly Positive) ต่อการลงทุนกองทุนตราสารหนี้ไทย ในเดือน เม.ย. 69
เหตุผลที่ K WEALTH คงมุมมองค่อนข้างบวก
-
ดอกเบี้ยมีแววขยับจากเงินเฟ้อ: แม้รัฐบาลจะไม่ได้ออกพันธบัตรเพิ่มขึ้นจากเดิมมากนัก แต่ราคาพลังงานที่พุ่งสูงจากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้คนกลัวเรื่องเงินเฟ้อ นักลงทุนเลยเริ่มขอผลตอบแทน (Yield) ที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยง ส่งผลให้ราคาตราสารหนี้โดนกดดันในระยะสั้น
-
จับตาภาระหนี้กองทุนน้ำมัน: ค่าน้ำมันที่แพงขึ้นอาจบีบให้รัฐบาลต้องกู้เงินเพิ่มมาอุดหนุนกองทุนน้ำมัน ซึ่งอาจไปเพิ่มตัวเลขหนี้สาธารณะ ความไม่แน่นอนด้านการคลังตรงนี้ทำให้นักลงทุนระมัดระวังตัวมากขึ้น และดันให้ Yield พุ่งขึ้นผ่านกลไกการเรียกค่าชดเชยความเสี่ยง (Term Premium)
-
ยังเป็นเกราะป้องกันพอร์ตชั้นดี: แม้ Yield จะมีแนวโน้มขยับขึ้น แต่ระดับปัจจุบันถือว่า "น่าสนใจ" เมื่อเทียบกับในอดีต ตราสารหนี้ไทยจึงยังทำหน้าที่ช่วยลดความผันผวนของพอร์ตได้ดีมาก ในยามที่สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นทั่วโลกกำลังปั่นป่วนจากสถานการณ์การเมืองโลก
(ข้อมูล ณ 1 เม.ย. 69)
กองทุนตราสารหนี้ไทยแนะนำ
K-SF-A, K-SFPLUS, K-FIXED-A, K-FIXEDPLUS-A
คำแนะนำ
- สำหรับคนที่มีกำไรจากกองทุนตราสารหนี้ไทย สามารถถือต่อและทยอยซื้อเพิ่มได้ โดยสามารถถือเป็นเงินลงทุนหลักได้ถึง 70% ของเงินลงทุน แต่หากต้องการขายทำกำไร สามารถพิจารณาขายบางส่วนไปลงทุนกองทุนอื่น เช่น K-WPBALANCED กองทุนผสมที่ลงทุนส่วนใหญ่ในตราสารหนี้
- สำหรับคนที่ขาดทุนจากกองทุนตราสารหนี้ไทย ยังสามารถถือต่อได้ หรือทยอยซื้อเพิ่มหากยังถือกองทุนตราสารหนี้ไทยไม่เกิน 70% ของเงินลงทุน
- สำหรับคนที่ยังไม่มีกองทุนตราสารหนี้ไทย สามารถทยอยลงทุนและถือเป็นสัดส่วนหลักของพอร์ตได้
Disclaimer: “ข้อมูลนี้เป็นความเห็นเบื้องต้นจาก K WEALTH บมจ. ธนาคารกสิกรไทย โดยมีนักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุนเป็นสมาชิก ผู้ลงทุนต้องตัดสินใจลงทุนและรับผิดชอบด้วยตนเอง”
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน / สนใจลงทุนและขอรับหนังสือชี้ชวนที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา