-
ทรัมป์ขู่ยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและโรงไฟฟ้าของอิหร่าน และจะนำอิหร่านกลับสู่ “ยุคหิน” หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงสันติภาพ ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้น 8%
-
K WEALTH มีมุมมอง Neutral ต่อการลงทุนน้ำมัน สำหรับนักลงทุนที่มีการลงทุนในกองทุนน้ำมัน ถ้ากำไร แนะนำให้ขายทำกำไร เมื่อสถานการณ์ลดความรุนแรงลงหรือการขนส่งน้ำมันเริ่มผ่อนคลาย ราคาน้ำมันมีโอกาสย่อตัวแรง
Market Update
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 หลังเมื่อวานนี้ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ ขู่ยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและโรงไฟฟ้าของอิหร่าน และจะนำอิหร่านกลับสู่ “ยุคหิน” หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงสันติภาพ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น โดยสัญญาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้น 8% ท่ามกลางความกังวลต่อภาวะขาดแคลนของอุปทานน้ำมัน หลังการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น
Related Indices & Funds
- สัญญาน้ำมันดิบ Brent 106.45 (+8.0%)
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI 112.05 (+13.3%)
(ข้อมูล ณ วันที่ 3 เม.ย. 2569)
Market Outlook
K WEALTH มองว่ายังเป็น Base case โดยสถานการณ์ยังตึงเครียดต่อเนื่อง แต่หลีกเลี่ยงการทำสงครามเต็มรูปแบบ ซึ่งจะรบกวนการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราว (ไม่เกิน 3 เดือน) ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent อาจเพิ่มสูงกว่า $100/bbl ได้ชั่วคราว อัตราเงินเฟ้อมีโอกาสเพิ่มขึ้นได้จากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น กดดันให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องชะลอการลดอัตราดอกเบี้ยออกไป
ในช่วงนี้สินทรัพย์เสี่ยงยังคงผันผวนตามข่าวและ Sentiment รายวัน สำหรับนักลงทุนที่มีการลงทุนในกองทุนน้ำมัน ถ้ากำไรแนะนำให้ขายทำกำไร เมื่อสถานการณ์ลดความรุนแรงลงหรือการขนส่งน้ำมันเริ่มผ่อนคลาย ราคาน้ำมันมีโอกาสย่อตัวแรง
คำแนะนำกองทุน
ในช่วงที่ตลาดการเงินยังอยู่ท่ามกลางความผันผวน K WEALTH มีคำแนะนำ ดังนี้
- กองทุนผสมหรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานจำกัด คาดว่าจะอ่อนไหวกลาง-ต่ำ เช่น K-WealthPLUS Series, K-CHANGE, K-GINFRA, KT-HEALTHCARE, SCBRS2000, K-ATECH, ES-GTECH กรณีมีสถานะการลงทุนอยู่แนะนำ “ถือได้” หากยังไม่มี “ทยอยสะสมได้” เนื่องจากกลุ่มกองทุนเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปัจจัยพื้นฐาน
- สำหรับกองตราสารหนี้แนะนำ ถือได้ เหมาะสำหรับการพักเงินช่วงตลาดผันผวน กรณีรับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำสับเปลี่ยนกองทุนไปยัง K-SF, K-SFPLUS หากเน้นการลงทุนระยะยาวและรับความผันผวนได้ ใช้จังหวะปรับฐานทยอยสะสมกองทุนตราสารหนี้โลก เช่น กองทุน K-GDBOND
- ตลาดยังคงผันผวนสูงตามข่าวและ Sentiment รายวันในระยะนี้ สำหรับนักลงทุนที่มีสัดส่วนในกองทุนอ่อนไหวสูง เช่น K-INDIA, K-CHINA, ES-EG กรณีมีสถานะการลงทุนอยู่แนะนำ “ถือได้” หากยังไม่มี “รอประเมิน” ระยะสั้น
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-SF, K-SFPLUS: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
- K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-WPULTIMATE, K-INDIA, K-CHINA, ES-EG, K-CHANGE, K-GINFRA, K-ATECH, SCBRS2000: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- KT-HEALTHCARE, ES-GTECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-SF, K-SFPLUS: ป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน
- ES-EG, SCBRS2000: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 90% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-INDIA, K-CHINA, K-CHANGE, K-GINFRA: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE, KT-HEALTHCARE, K-ATECH, ES-GTECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
- K-SF, K-SFPLUS: T+1
- K-GDBOND, SCBRS2000: T+2
- K-INDIA, K-CHINA, ES-EG, K-CHANGE, K-GINFRA, KT-HEALTHCARE, K-ATECH, ES-GTECH: T+4
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6