น้ำมันดิบกลับมาพุ่ง หลังปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อ

กดฟัง
หยุด
  • ราคาน้ำมันดิบกลับมาผันผวนและเร่งขึ้น หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซรอบใหม่
  • Brent ดีดขึ้นแรง พุ่งกว่า 7% ก่อนย่อตัวลง ขณะที่ตลาดรอความชัดเจนของการเจรจาและข้อตกลงหยุดยิง
  • K WEALTH ไม่แนะนำเก็งกำไรระยะสั้นในช่วงนี้ ควรรอพิจารณาหลังจากช่องแคบกลับมาเปิดต่อเนื่อง และตลาดกลับไปให้น้ำหนักปัจจัยพื้นฐานอุปสงค์–อุปทานมากขึ้น

หลังจากที่สัปดาห์ก่อนหน้าราคาน้ำมันปรับตัวลดลงแรง ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นและกลับมาผันผวนอีกครั้งในสัปดาห์นี้ โดยล่าสุดกองทัพเรือสหรัฐฯ เข้ายึดเรือสินค้าอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซรอบใหม่ ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นกว่า 7% ก่อนย่อตัวลงมา ขณะที่การเจรจาระหว่างสองประเทศที่กรุงอิสลามาบัด ยังคงรอความชัดเจนอยู่


ดัชนีที่เกี่ยวข้อง ณ 20 เม.ย. 69 ช่วงเช้าตามเวลาประเทศไทย

  • Brent +3.1%
  • WTI +4.1%

มุมมองตลาด

ราคาน้ำมันเผชิญความผันผวนสูงในระยะสั้นตามกระแสข่าวการเจรจาสันติภาพและการสลับเปิด-ปิดช่องแคบฮอร์มุซ K WEALTH จึงไม่แนะนำให้เข้าลงทุนเก็งกำไร ในช่วงที่ตลาดยังมีความเปราะบางอยู่


มองว่าหลังจากนี้ ทิศทางของราคาน้ำมันจะขึ้นอยู่กับความชัดเจนของข้อตกลงหยุดยิงและเสถียรภาพของเส้นทางขนส่ง หากการเจรจาสามารถหาข้อยุติได้และช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานอย่างต่อเนื่องตามปกติ ตลาดจะกลับมาให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจจากอุปสงค์และอุปทานน้ำมันโลกตามปกติ


คำแนะนำกองทุน

ในช่วงที่ตลาดยังอยู่ท่ามกลางความผันผวน K WEALTH มีคำแนะนำ ดังนี้

  • เงินลงทุนในกลุ่มกองทุนผสม ที่กระจายการลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ เช่น K WealthPLUS Series และเงินลงทุนในหุ้นหรือกองทุนกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานจำกัด เช่น K-CHANGE, K-GINFRA, KT-HEALTHCARE, SCBRS2000, K-ATECH, ES-GTECH
    • ผู้ที่ถือลงทุนอยู่ยังคงแนะนำ “ถือต่อได้” ยกเว้นมีการถือกองทุนหุ้นกลุ่มใด มากเกิน 20-30% อาจพิจารณาขายบางส่วน ไปถือกองทุนผสม (เช่น K WealthPLUS Series) เพิ่มแทน
    • ยังไม่มีการลงทุน สามารถ “ทยอยสะสมได้” เนื่องจากกลุ่มกองทุนเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปัจจัยพื้นฐาน มากนัก
  • สำหรับกองตราสารหนี้แนะนำ ยังคงแนะนำถือได้ เพราะเหมาะสำหรับการพักเงินช่วงตลาดผันผวน
    • หากรับความผันผวน/ความเสี่ยงได้น้อย แนะนำกองทุน K-SF, K-SFPLUS
    • หากเน้นการลงทุนระยะยาวและรับความผันผวน/ความเสี่ยงได้ ใช้จังหวะที่ราคากองทุนปรับฐานทยอยสะสมกองทุนตราสารหนี้โลก เช่น K-GDBOND
  • สำหรับตลาดที่ยังคงผันผวนสูงตามข่าวและ Sentiment รายวันในระยะนี้ และมีความอ่อนไหวสูง หากยังเป็นกองทุนแนะนำประจำเดือนของ K WEALTH เช่น K-INDIA, K-CHINA, ES-EG สามารถ “ถือได้” หากยังไม่มี แนะนำ “รอประเมิน” ระยะสั้นก่อน >> โดยสามารถดูคำแนะนำรายกองทุนได้ที่ มุมมองการลงทุนจาก K WEALTH CIO เดือน เม.ย. 69

หมายเหตุ:
  • ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4 ได้แก่ K-SF K-SFPLUS-A ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-ATECH K-GINFRA-A(D) K-CHANGE-A(A) SCBRS2000 ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7 ได้แก่ KT-HEALTHCARE ES-GTECH
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ได้แก่ K-SFPLUS-A นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า 90%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ SCBRS2000 นโยบายป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 50%ของเงินลงทุนต่างประเทศ K-SF ได้แก่ นโยบายป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GINFRA-A(D) K-CHANGE-A(A) ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+1 ได้แก่ K-SF K-SFPLUS-A T+2 ได้แก่ SCBRS2000 T+4 ได้แก่ K-GINFRA-A(D) K-ATECH K-CHANGE-A(A) KT-HEALTHCARE ES-GTECH T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top