-
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ปะทุขึ้นอีกครั้งหลังกองกำลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศเชิงรับต่อฐานทัพอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์บวก 3% พุ่งแตะ 97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
-
K WEALTH ยังคงมีมุมมอง Neutral ต่อน้ำมัน โดยราคาน้ำมันดิบยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงภายในกรอบ 90 ถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลต่อไปอีกระยะหนึ่ง หากรับความเสี่ยงได้ปานกลาง-สูง แนะนำแนะนำทยอยสะสมในกองทุนแนะนำที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาว อย่างกองทุน K-WealthPLUS Series, K-GDBOND, K-GINFRA, ES-GTECH, K-GTECH, K-ATECH
Market Update
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ปะทุขึ้นหลังกองกำลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศเชิงรับต่อฐานทัพอิหร่านและยิงโดรนโจมตีเรือพาณิชย์ตก 4 ลำ พร้อมบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อหน่วยงานควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพอากาศสหรัฐฯ
ขณะที่คูเวตประกาศเตรียมพร้อมระบบป้องกันภัยทางอากาศเพื่อรับมือภัยคุกคามทันที โดยปริมาณการสัญจรผ่านช่องแคบลดลงเหลือเพียงไม่กี่ลำในวันพุธที่ผ่านมา สถานการณ์ดังกล่าวทำลายความหวังของนักลงทุนต่อข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านลงอย่างสิ้นเชิงหลังเผชิญสภาวะยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่สี่
Related Indices
(ข้อมูล ณ วันที่ 28 พ.ค. 2569)
Market Outlook
- น้ำมัน ยังคงมีมุมมอง Neutral แม้ความผันผวนของราคาจะเริ่มลดลงหลังตลาดซึมซับสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อไปแล้วบางส่วน แต่ราคาน้ำมันดิบยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงภายในกรอบ 90 ถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลต่อไปอีกระยะหนึ่ง ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นยังคงเป็นปัญหาความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจำกัดปริมาณอุปทานในตลาดโลกอย่างต่อเนื่องและผลักดันให้ต้นทุนค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้น
- อย่างไรก็ตาม ถ้าสถานการณ์ความขัดแย้งจะยุติลงในระยะข้างหน้า อุปทานพลังงานก็จะไม่สามารถฟื้นตัวได้ในทันที ปัญหาคอขวดทั้งด้านโลจิสติกส์การเดินเรือและการเตรียมความพร้อมเพื่อกลับมาเดินเครื่องผลิต (Lag time) จะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยพยุงราคาเอาไว้ก่อนที่ตลาดจะเริ่มทยอยปรับฐานลงในช่วงปลายปีนี้
คำแนะนำการลงทุน
.
- นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำถึงปานกลางสามารถลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ เช่น K-SFPLUS หรือ K-FIXEDPLUS เพื่อพักเงินและหาจังหวะที่เหมาะสมเพื่อลงทุนตามกองทุนแนะนำ
- นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง-สูง แนะนำทยอยสะสมในกองทุนแนะนำที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาว ดังนี้
- บริหารพอร์ตอย่างยั่งยืนตามความเสี่ยงที่รับได้ผ่านกองทุนผสมไปกับ K-WealthPLUS Series
- กระจายการลงทุนไปกับกองทุนตราสารหนี้โลกอย่าง K-GDBOND
- กลุ่ม Defensive ผ่านกลุ่ม Global Infrastructure ผ่านกองทุน K-GINFRA
- กองทุนหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกผ่านกองทุน ES-GTECH หรือ K-GTECH ซึ่งมีระดับ Valuation ไม่ตึงตัวมาก การเติบโตเด่นจากทิศทาง AI ยังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- กองทุนหุ้นเทคโนโลยีเอเชียผ่านกองทุน K-ATECH ซึ่งมีระดับ Valuation ที่น่าสนใจกว่า เกาะกระแส AI
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-SFPLUS, K-FIXEDPLUS: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
- K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-WPULTIMATE, K-GINFRA, K-ATECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- ES-GTECH, K-GTECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-SFPLUS: ป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน
- K-FIXEDPLUS: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 90% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-GINFRA: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-GDBOND, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE, K-ATECH, ES-GTECH, K-GTECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
- K-SFPLUS: T+1
- K-FIXEDPLUS, K-GDBOND: T+2
- K-GINFRA, K-ATECH, ES-GTECH, K-GTECH: T+4
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+6