ตลาดหุ้นเกาหลีร่วง หลัง Bond Yield สูงกดดัน โอกาสทยอยสะสม

กดฟัง
หยุด
  • ดัชนี KOSPI ปรับลงราว 5.7% จากแรงขายหุ้น Technology และ Semiconductor ทั่วโลก หลัง Bond Yield ระยะยาวปรับสูงขึ้น
  • K WEALTH มองว่าการปรับฐานรอบนี้เป็นแรงกดดันจาก Bond Yield, Funding concern และ Sentiment มากกว่าการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานในกลุ่ม HBM และ Semiconductor
  • K WEALTH ยังมองเชิงบวกต่อหุ้น Technology และ AI โดยไม่แนะนำให้ Panic Sell จากความผันผวนระยะสั้น และมองว่าผู้ที่รับความเสี่ยงได้สามารถทยอยลงทุนตามธีมการลงทุนที่ต้องการได้ เช่น K-ATECH, ES-GTECH, K-GTECH, K-GNEXT

วันพุธที่ 19 ส.ค. 69 ดัชนี KOSPI ปรับลงราว 5.7% นำโดย Samsung Electronics -7.5% และ SK hynix -8.8% จากแรงขายหุ้น Technology และ Semiconductor ทั่วโลก หลัง Bond Yield ระยะยาวปรับสูงขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง ทำให้นักลงทุนกังวลว่าเงินเฟ้ออาจลดลงช้ากว่าคาด และดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงนานขึ้น


อีกประเด็นที่ตลาดเริ่มให้น้ำหนักมากขึ้น คือการที่ Hyperscalers เร่งระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ เพื่อรองรับการลงทุน AI และ Data Center โดย Amazon, Alphabet, Meta และ Oracle ออกหุ้นกู้รวมราว US$194bn แล้วตั้งแต่ช่วงต้นปี ปริมาณหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการออกพันธบัตรรัฐบาลที่ยังสูง ทำให้เกิดการแข่งขันเพื่อเงินทุน และเป็นแรงกดดันให้ Bond Yield ระยะยาวอยู่ในระดับสูง


อย่างไรก็ดี ตลาดเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับตัวเลขที่สะท้อนว่า การลงทุน AI เริ่มมีรายได้รองรับมากขึ้น โดยยอดรายได้ในอนาคตที่มีสัญญารองรับยังแข็งแกร่ง ขณะที่บริษัทใหญ่ยังใช้เงินลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสร้างผลตอบแทนได้ดี แม้จะเร่งลงทุน Data Center อย่างมาก จึงทำให้ตลาดเริ่มมองว่าการลงทุน AI ไม่ใช่เพียงการเพิ่ม CapEx โดยยังไม่เห็นผลตอบแทน แต่มี Backlog และรายได้จาก Cloud รองรับมากขึ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นกลุ่ม Hyperscalers เริ่มฟื้นตัวได้ดีหลังการประกาศผลประกอบการ สะท้อนความเชื่อมั่นว่าการลงทุน AI ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้


ความเห็นจาก K WEALTH

เรามองว่าการปรับฐานรอบนี้เป็นแรงกดดันจาก Bond Yield, Funding concern และ Sentiment มากกว่าการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานในกลุ่ม HBM และ Semiconductor


การที่ Hyperscalers ยังเดินหน้าลงทุน และเริ่มเห็นรายได้ที่มีสัญญารองรับมากขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อห่วงโซ่ AI โดยเฉพาะกลุ่มต้นน้ำ เช่น Semiconductor, HBM และอุปกรณ์ Data Center ซึ่งยังมีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง


ความต้องการ HBM ยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุน AI และ Data Center ของ Hyperscalers ทั่วโลก ขณะที่การผลิต HBM ระดับสูงมีความซับซ้อน ทั้งด้านการซ้อนชิป การจัดการความร้อน และการรับรองคุณภาพจากลูกค้า ทำให้ผู้เล่นชั้นนำอย่าง SK hynix และ Samsung ยังมีความได้เปรียบ


คำแนะนำจาก K WEALTH

  • สำหรับผู้ที่ลงทุนอยู่แล้ว: ไม่แนะนำให้ Panic Sell จากความผันผวนระยะสั้น เพราะ Fundamental ของ AI, HBM และ Semiconductor ยังไม่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
  • สำหรับผู้ที่รอจังหวะลงทุน: สามารถค่อยๆ ทยอยสะสม เนื่องจากตลาดอาจยังผันผวนตามทิศทาง Bond Yield ราคาน้ำมัน และ Sentiment หุ้น AI โลก
  • กองทุนที่เกี่ยวข้อง
    • K-ATECH / ES-GTECH / K-GTECH สำหรับผู้ที่ต้องการเน้นโอกาสจากกลุ่ม Technology, AI และ Semiconductor
    • K-GNEXT สำหรับผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนทั่วโลกหลาย Sector แต่ยังรับประโยชน์จากแนวโน้ม AI และ Technology โดยเฉพาะกลุ่ม Hyperscalers

Bond Yield ที่สูงขึ้นสร้างความผันผวนต่อหุ้น AI ในระยะสั้น แต่ยอดรายได้ในอนาคตที่มีสัญญารองรับยังแข็งแกร่ง และการลงทุนของ Hyperscalers ยังสร้างผลตอบแทนได้ดี จึงยังเป็นแรงหนุนต่อกลุ่ม HBM และ Semiconductor ในระยะกลาง


ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถติดตามสถานการณ์ความผันผวนของตลาดหุ้นเกาหลี หุ้น Technology และ AI ในช่วงที่ผ่านมา ได้จากบทความ Hot Issue ที่สื่อสารอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาได้ทาง Website ของ K WEALTH หมวด สถานการณ์ตลาด


หมายเหตุ:
  • ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-ATECH, K-GNEXT-A(A) ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7 ได้แก่ K-GTECH, ES-GTECH
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-ATECH, K-GTECH, ES-GTECH นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ K-GNEXT-A(A)
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+4 ได้แก่ K-ATECH, K-GTECH, ES-GTECH, K-GNEXT-A(A)

คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าใจเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top