-
แม้กระแส AI ยังเป็นแนวโน้มเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่ง แต่เส้นทางหลังจากนี้อาจเต็มไปด้วยความผันผวนและการปรับฐานจากแรงกดดันด้านมูลค่าหุ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร
-
ห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ในเอเชีย เช่น ผลิตชิปขั้นสูง หน่วยความจำ และอุปกรณ์เชื่อมโยงโลกกายภาพ ยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศเทคโนโลยี
-
กลยุทธ์การจัดพอร์ตการลงทุนจำเป็นต้องขยายขอบเขตจากหุ้นเทคโนโลยีไปสู่กลุ่มการเงิน อุตสาหกรรม พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดความกระจุกตัวและเพิ่มความมั่นคง
กระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ที่ความผันผวนปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนต้องปรับมุมมองการจัดพอร์ตจากการพึ่งพาหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว ไปสู่การค้นหาผู้ชนะกลุ่มใหม่ที่มีพื้นฐานกำไรเติบโต จับต้องได้และมีระดับราคาที่สมเหตุสมผล
สมการการลงทุนยุคใหม่ เมื่อเทคโนโลยียังโต แต่ราคาหุ้นเจอปัจจัยกดดัน
ความกังวลในตลาดการเงินปัจจุบันไม่ได้เกิดขึ้นจากอัตราการเติบโตของเทคโนโลยีที่ลดลง แต่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดกับระดับราคาหุ้นเทคโนโลยีที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ค่าใช้จ่ายด้านลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังคงขยายตัว แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ทรงตัวในระดับสูงได้กลายเป็นปัจจัยกดดันต่อการประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มเติบโตสูง
สภาวะตลาดเช่นนี้ส่งผลให้เกิดแรงขายทำกำไรและการปรับฐานในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ นักลงทุนเริ่มเรียกร้องการสร้างรายได้ที่ชัดเจนจากงบลงทุนอันมหาศาล อย่างไรก็ดี K WEALTH ประเมินว่านี่ไม่ใช่จุดจบของรอบการลงทุน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการคัดสรรผู้เล่นที่มีป้อมปราการทางธุรกิจแข็งแกร่งและสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างแท้จริง
เอเชีย หัวใจสำคัญของระบบนิเวศ AI และ Physical AI
Alexander Treves จาก J.P. Morgan Asset Management มองว่า พอร์ตเอเชียยังยึดโยงกับแนวโน้มเชิงโครงสร้างของ AI แต่เส้นทางจากนี้น่าจะขรุขระขึ้น เอเชียไม่ได้มีเพียงโรงงานรับจ้างผลิตชิปขั้นสูง แต่ยังส่งออกชิ้นส่วนมูลค่าสูงในระบบนิเวศที่เชื่อมโยงแน่นแฟ้น เมื่อองค์ประกอบเทคโนโลยีซับซ้อนขึ้น การมีส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทานตั้งอยู่ใกล้กันทางกายภาพจึงเป็นข้อได้เปรียบ วัฏจักรขาขึ้นของหน่วยความจำยังดำเนินต่อ ความคาดหวังต่อเงินลงทุนของกลุ่มบริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ยังถูกปรับเพิ่ม และปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนบางส่วนอาจยืดเยื้อ ทำให้บทบาทเอเชียใน AI ยิ่งเป็นศูนย์กลางเมื่อ AI ขยายสู่โลกกายภาพ
ด้าน K WEALTH ยังคงมุมมองค่อนข้างบวกต่อตลาดหุ้นเอเชีย โดยเฉพาะเกาหลีใต้ ไต้หวันและจีน ซึ่งเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากความต้องการด้านฮาร์ดแวร์ที่ยังอยู่ในระดับสูง
ประเทศ / กลุ่มอุตสาหกรรม
|
บทบาทสำคัญในระบบนิเวศ
| ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต
|
ไต้หวัน & เกาหลีใต้
| ชิปประมวลผลขั้นสูงและหน่วยความจำ
| ความต้องการฮาร์ดแวร์
สำหรับ Data Center
|
จีน (Tech & E-Commerce)
| ซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม และคลาวด์
| นโยบายสนับสนุนนวัตกรรมและการฟื้นตัวของการบริโภค
|
โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน
| ระบบส่งไฟฟ้าและพลังงานสะอาด
| ความต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาลจากศูนย์ประมวลผล
|
ขยายขอบเขตผู้ชนะ จากเทคโนโลยีสู่การเงิน อุตสาหกรรม และพลังงาน
คอขวดสำคัญของการเติบโตในยุคต่อไปได้ย้ายจากปัญหาการขาดแคลนชิป ไปสู่ปัญหาการขาดแคลนพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ต้องการพลังงานไฟฟ้ามหาศาล ส่งผลให้กลุ่มสาธารณูปโภค ผู้พัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า และผู้ผลิตพลังงานสะอาด กลายเป็นกลุ่มผู้ได้รับประโยชน์รายใหม่ที่มีรายได้มั่นคงและผันผวนต่ำ
นอกจากนี้ กลุ่มการเงินและธนาคารพาณิชย์ในหลายภูมิภาคยังได้รับอานิสงส์จากอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมได้รับแรงหนุนจากการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนในระบบอัตโนมัติ การกระจายน้ำหนักการลงทุนออกจากกลุ่มเทคโนโลยีจะช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวและเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่พอร์ตการลงทุน
คำแนะนำการจัดพอร์ตด้วยกลยุทธ์ Core & Satellite
เพื่อรับมือกับความผันผวนและสร้างโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืน K WEALTH แนะนำให้ใช้การจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite โดยแบ่งสัดส่วนการลงทุนเพื่อความสมดุล ดังนี้
- พอร์ตหลัก (Core Portfolio) เน้นสร้างความมั่นคงและโอกาสเติบโตระยะยาว โดยเลือกลงทุนในกองทุนผสมผ่านกองทุน K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP และ K-WPULTIMATE
- พอร์ตเสริม (Satellite Portfolio) เน้นสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากเทรนด์ระดับโลก โดยแบ่งน้ำหนักเข้าสะสมกองทุนหุ้นเทคโนโลยีโลกอย่าง K-GTECH ที่เน้นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีป้อมปราการทางธุรกิจสูง กองทุนหุ้นเทคโนโลยีเอเชียอย่าง K-ATECH เพื่อจับจังหวะการเติบโตของห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ในภูมิภาค และกองทุนหุ้นกลุ่มการเงินอย่าง KT-FINANCE-A ซึ่งได้ประโยชน์จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและโอกาสรับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนไปพร้อมกับการลดหย่อนภาษี กองทุน K-WPBALRMF, K-WPSPEEDRMF, K-WPULTIRMF และ K-GTECHRMF เป็นกองทุน RMF ที่มีนโนยายการลงทุนใกล้เคียงกับกองทุนที่เป็นทางเลือกในการจัดพอร์ตที่ได้กล่าวไป
นักลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ตรวจสอบสัดส่วนพอร์ตการลงทุนเดิม และปรับพอร์ตการลงทุนอย่างเหมาะสม เพื่อรับมือกับความผันผวนและสร้างโอกาสเติบโต โดยสามารถทำรายการผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS หรือรับคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-WPULTIMATE, K-ATECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- K-GTECH, KT-FINANCE-A: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE, K-GTECH, K-ATECH, KT-FINANCE-A: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+5 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 5 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+5) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันจันทร์ของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)
- K-GTECH, K-ATECH, KT-FINANCE-A: T+4
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE: T+5
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Asian Investor https://www.asianinvestor.net/article/market-views-how-might-diverging-views-on-ai-affect-portfolio-construction-in-as/508392