-
ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นนำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรับข่าว Deepseek กลับมาเปิด Core Programming Interface หลังจากปิดไปก่อนหน้านี้ 3 สัปดาห์ และหุ้นกลุ่มอสังหาฯ และบริโภคยังปรับตัวขึ้น เนื่องจากตลาดคาดหวังว่าจะได้รับประโยชน์จาก งบประมาณใหม่ที่ประกาศโดย Paul Chan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฮ่องกง
-
แรงกดดันจากมาตรการของการค้าระหว่างสหรัฐฯ - จีน ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม อย่างไรก็ตาม Valuation ของหุ้นจีนยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นจีนเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ทำให้ยังมี Upside หากปัจจัยลบต่าง ๆ เริ่มคลี่คลาย โดย K WEALTH ยังคงมีมุมมอง Neutral ต่อหุ้นจีน
หุ้นเทคและอสังหาฯ จีนขึ้นรับข่าวดี หนุนตลาดหุ้นจีนกลับมาฟื้น
ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นนำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรับข่าว Deepseek ซึ่งเป็นบริษัท AI ชั้นนำของจีนที่กลับมาเปิด Core Programming Interface หลังจากปิดไปก่อนหน้านี้ 3 สัปดาห์ ซึ่งทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่านวัตกรรม AI ของจีนยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้
นอกจากนี้หุ้นในกลุ่มอสังหาฯ และบริโภคยังปรับตัวขึ้น เนื่องจากตลาดคาดหวังว่าจะได้รับประโยชน์จาก งบประมาณใหม่ที่ประกาศโดย Paul Chan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฮ่องกง ซึ่งคาดว่าจะมีมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจเพิ่มเติม
มุมมองการลงทุน
ตลาดหุ้นจีนยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากแรงซื้อในหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะจากกระแสเก็งกำไรใน AI และ Cloud Computing แต่ก็อาจทำให้เกิดแรงขายทำกำไรทำให้ตลาดเกิดความผันผวนได้ นอกจากนี้นักลงทุนยังต้องติดตามปัจจัยโครงสร้างของเศรษฐกิจจีน เช่น ภาคอสังหาฯ ที่ยังเปราะบาง และความเชื่อมั่นผู้บริโภคภายในประเทศที่ยังอยู่ในระดับต่ำ
ในระยะถัดไปแรงกดดันจากมาตรการของการค้าระหว่างสหรัฐฯ - จีน ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม อย่างไรก็ตาม Valuation ของหุ้นจีนยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นจีนเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ทำให้ยังมี Upside หากปัจจัยลบต่าง ๆ เริ่มคลี่คลาย โดย K WEALTH ยังคงมีมุมมอง Neutral ต่อหุ้นจีน
คำแนะนำสำหรับกองทุนหุ้นจีน ดังนี้
ผู้ที่ถือกองทุนที่มีสัดส่วนในกองทุนหุ้นจีน ถือลงทุนต่อได้
สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีสัดส่วนในกองทุนหุ้นจีน แนะพิจารณาลงทุนกองทุนแนะนำอื่น
โดยมีคำแนะนำในกองทุนแนะนำ มีดังนี้
-
ผู้ที่รับความเสี่ยงจากการลงทุนได้
- แนะนำพิจารณาลงทุนกองทุน K-GHEALTH* (ระดับความเสี่ยง 6 จาก 8 ระดับ) ลงทุนในบริษัท Healthcare ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Defensive เช่น Pharmaceutical, Healthcare Services และกลุ่ม Growth เช่น Medtech, Biotechnology
- แนะนำพิจารณาลงทุนกองทุน K-USA* (ระดับความเสี่ยง 6 จาก 8 ระดับ) ลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพในตลาดหุ้นสหรัฐฯ พร้อมรับทุกโอกาสการเติบโตของเศรษฐกิจและธุรกิจสหรัฐฯ
- แนะนำพิจารณาลงทุนกองทุน K-VIETNAM* (ระดับความเสี่ยง 6 จาก 8 ระดับ) ลงทุนหุ้นเวียดนามที่รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจ เช่น บริโภคภายใน การเงิน อุตสาหกรรม
- แนะนำพิจารณาลงทุนกองทุน K-GINFRA* (ระดับความเสี่ยง 6 จาก 8 ระดับ) ซึ่งลงในบริษัทด้านโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก เช่น ท่อก๊าซ โรงไฟฟ้า สนามบิน
- แนะนำพิจารณาลงทุนกองทุน K-GOLD** (ระดับความเสี่ยง 8 จาก 8 ระดับ) เพื่อรับกับความผันผวนจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน
- สำหรับนักลงทุนที่มีความกังวลต่อความผันผวนของตลาดหุ้น หรือกังวลกับความเสี่ยงในการลงทุน
- หากรับความเสี่ยงได้บ้าง หรือเป็นเงินลงทุนที่ถือได้อย่างน้อย 1 ปี ขอแนะนำกองทุนตราสารหนี้ ได้แก่
- กองทุน K-FIXED-A** (ระดับความเสี่ยง 4 จาก 8 ระดับ) ในกรณีที่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงจากการลงทุนต่างประเทศ
- กองทุน K-FIXEDPLUS** (ระดับความเสี่ยง 4 จาก 8 ระดับ) ในกรณีที่ต้องการเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนต่างประเทศหรือรับความเสี่ยงจากการลงทุนต่างประเทศได้
-
หากรับความเสี่ยงได้ต่ำ หรือต้องการหลีกเลี่ยงทางเลือกที่มีความผันผวน หรือต้องการพักเงินสั้นๆ เพื่อรอจังหวะเข้าลงทุนอีกครั้ง แนะนำ
- กองทุน K-SF-A** (ระดับความเสี่ยง 4 จาก 8 ระดับ) ซึ่งเหมาะกับการลงทุน 1-3 เดือน
- กองทุน K-SFPLUS** (ระดับความเสี่ยง 4 จาก 8 ระดับ) เหมาะกับการลงทุน 3-6 เดือน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Bloomberg