ข้อมูลจาก Know the Markets เป็นตัวเลขเกี่ยวกับเศรษฐกิจเวียดนามซึ่งเป็นประเทศที่เติบโตเด่นและได้รับความสนใจจากนักลงทุนในประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยประกอบด้วยตัวเลข GDP, ตัวเลขการส่งออก, ตัวเลข FDI และอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

เวียดนาม ไปต่อ ไม่รอแล้ว...ไหมนะ?

ข้อมูลจาก Know the Markets เป็นตัวเลขเกี่ยวกับเศรษฐกิจเวียดนามซึ่งเป็นประเทศที่เติบโตเด่นและได้รับความสนใจจากนักลงทุนในประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยประกอบด้วยตัวเลข GDP, ตัวเลขการส่งออก, ตัวเลข FDI และอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

กดฟัง
หยุด
  • บทความนี้จะหยิบข้อมูลตัวเลขเกี่ยวกับเศรษฐกิจเวียดนามซึ่งเป็นประเทศที่เติบโตเด่นและได้รับความสนใจจากนักลงทุนในประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยประกอบด้วยตัวเลข GDP, ตัวเลขการส่งออก, ตัวเลข FDI และอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก Know the Markets ที่จัดทำโดย K Asset
  • เวียดนามยังมีความน่าสนใจและโดดเด่นกว่าทั่วโลก นำโดยภาคการส่งออกและเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ และด้วยอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอความร้อนแรงลง เปิดช่องให้ธนาคารกลางสามารถลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ หากเศรษฐกิจเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามการค้าที่กระทบการค้าทั่วโลก

Know the Markets จับทิศเศรษฐกิจโลก ส่องทุกตลาดเงินตลาดทุน ครอบคลุมทุกประเภทสินทรัพย์

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด หรือ K Asset ร่วมกับ J.P. Morgan Asset Management นำเสนอทั้งผลิตภัณฑ์กองทุนรวมและมุมมองการลงทุนเชิงลึกให้นักลงทุนไทย โดยมีการออกเอกสารมุมมองการลงทุน Know the Markets ซึ่งบทความนี้จะหยิบยกตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของเวียดนามมาเพื่อวิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจของประเทศดาวรุ่งจากอาเซียนประเทศนี้ยังรุ่งอย่างที่คาดกันไว้หรือไม่


  1. ตัวเลข GDP
  2. ประเทศเวียดนามได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกรวมถึงนักลงทุนชาวไทย ด้วยการเร่งขยายศักยภาพทุกด้านเพื่อเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่ ย่อมส่งผลให้ทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจเติบโตกันถ้วนหน้า ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนออกมาผ่านตัวเลข GDP ที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


    ในไตรมาส 4 ปี 2024 ตัวเลข GDP เวียดนาม เติบโตถึง 7.55% (YoY) เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ที่เติบโต 7.40% (YoY) และเมื่อรวมกับตัวเลข GDP ของไตรมาส 1 และ 2 ตัวเลข GDP รวมทั้งปี 2024 เติบโต 7.09% (YoY) เพิ่มจากปี 2023 ที่เติบโต 5.05% (YoY)


    โดยหลักหนุนด้วยภาคส่งออกที่แข็งแกร่งและเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ยิ่งชี้ให้เห็นว่าตัวเลขส่งออกและ FDI มีความสำคัญต่อการติดตามสภาพเศรษฐกิจเวียดนามเช่นกัน


  3. ตัวเลขการส่งออก
  4. โดยเริ่มจากตัวเลขส่งออก เดือน ก.พ. เติบโต 25.7% (YoY) หลังมีชะลอตัวไปบ้างในเดือน ม.ค. ที่หดตัว 4.3% (YoY) เพราะมีเทศกาลเต๊ด (Tet) ของเวียดนาม แต่หากมองย้อนไปในช่วงไตรมาส 4 ตัวเลขส่งออกก็เห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องสวนทางกระแสสงครามการค้า โดยเดือน ต.ค.-ธ.ค. ปี 2024ตัวเลขส่งออกของเวียดนามเพิ่มขึ้น 10.1% (YoY), 8.2% (YoY) และ 12.8% (YoY) ตามลำดับ


    เรียกได้ว่าการส่งออกของเวียดนามยังแข็งแกร่ง และในระยะสั้นถึงกลางยังมีโอกาสเติบโตต่อ เนื่องจากทิศทางนโยบายของทรัมป์ที่มุ่งเน้นไปยังแคนาดา เม็กซิโก และยุโรปเป็นหลัก จึงชี้ว่าเวียดนามยังไม่เป็นเป้าการทำสงครามการค้าโดยตรง


  5. ตัวเลข FDI


  6. ประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตดีและมีศักยภาพอย่างเวียดนาม จะต้องได้รับความสนใจจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติแน่นอน ซึ่งจะเห็นอย่างชัดเจนจากการเบิกใช้เม็ดเงิน FDI ของเวียดนามที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ไม่นับช่วงปี 2020-21 ที่เป็นปี COVID ระบาด จนทะลุระดับ 25,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2024


    สิ่งนี้ช่วยยืนยันว่านักลงทุนต่างชาติมองเห็นศักยภาพของประเทศเวียดนามถึงได้ใส่เม็ดเงินลงทุนเพิ่มขึ้นทุกปี และในระยะกลางถึงยาวเม็ดเงินดังกล่าวจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนาม


  7. อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยนโยบาย


  8. การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางต้องพิจารณาทั้งทิศทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ หากอัตราเงินเฟ้อสูงมากกว่าระดับเป้าหมาย จะส่งผลให้ธนาคารกลางไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อที่สูงอยู่แล้ว เพิ่มขึ้นสูงได้อีก และเป็นผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจ


    ล่าสุดอัตราเงินเฟ้อของประเทศเวียดนาม ทยอยปรับตัวลงมาตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2024 โดยเมื่อเดือน ธ.ค. อยู่ที่ระดับ 2.94% (YoY) แม้จะเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 3.63% (YoY) ในเดือน ม.ค. แต่ปรับลดลงอีกครั้งในเดือน ก.พ. มาที่ระดับ 2.91% (YoY) ซึ่งใกล้เคียงกับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของปี 2025 ที่ 3.0-4.5%


    เมื่ออัตราเงินเฟ้ออยู่ในหรือใกล้เคียงกับกรอบเป้าหมาย ธนาคารกลางก็จะมีช่องให้สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ หากมีเหตุการณ์ที่อาจเป็นความเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนาม


Vietnam: ปี 2025 โตเด่นต่อ มีช่องว่างให้กระตุ้นได้อีก

จากตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญข้างต้น ชี้ว่าเวียดนามในปัจจุบันและอนาคตยังมีความน่าสนใจและโดดเด่นกว่าทั่วโลก นำโดยภาคการส่งออกและเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ แน่นอนว่าในยุคทรัมป์ 2.0 ทั่วโลกต่างเผชิญปัญหาสงครามการค้า ซึ่งเวียดนามมีโอกาสได้รับผลกระทบบ้างไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตาม ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอความร้อนแรงลง เปิดโอกาสให้ธนาคารกลางเวียดนามสามารถใช้การลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ หากมีความจำเป็น


สำหรับมุมมองการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขเศรษฐกิจและการลงทุนหุ้นเวียดนาม ซึ่งจัดทำโดย K WEALTH สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก “บทความที่เกี่ยวข้อง”