-
หุ้นเทคจีนถูกขายหนัก ดัชนี Hang Seng China Enterprises ดิ่ง -5.56% ท่ามกลางผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด แม้ Alibaba ลงทุน AI มหาศาล
-
เทคโนโลยี AI และ Cloud ได้แรงหนุน แต่ตลาดอสังหาฯ ยังซบเซา กดดันความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจโดยรวม
-
นักลงทุนยังกังวลทั้งนโยบายภาครัฐและผลกระทบจากมาตรการการค้าสหรัฐ รวมถึงเงินทุนต่างชาติที่รอความชัดเจนก่อนกลับเข้าลงทุนในตลาดหุ้นจีนอีกครั้ง
Market Update
ตลาดหุ้นจีนเกิดการปรับฐาน โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่ถูกขายทำกำไรหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนี Hang Seng China Enterprises Index ปรับตัวลดลงกว่า -5.56% เข้าสู่ภาวะ “near correction” ท่ามกลางความผิดหวังในผลประกอบการที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของนักลงทุน แม้จะมีการประกาศลงทุนด้าน AI ครั้งใหญ่จาก Alibaba มูลค่าสูงถึง $53 พันล้าน แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อื่นอย่าง Tencent, Baidu และ Meituan กลับสะท้อนจุดอ่อนของธุรกิจดั้งเดิม เช่น รายได้โฆษณาที่ลดลงและความท้าทายในธุรกิจ food delivery
ขณะเดียวกัน ความไม่ชัดเจนของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลจีน รวมถึงความกังวลต่อผลกระทบจากมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยฉุด sentiment นักลงทุน โดยภาพรวมดัชนี Hang Seng ยังคง sideway ในกรอบแคบ ขณะที่เม็ดเงินทุนต่างชาติยังไม่ไหลกลับอย่างมีนัยสำคัญ
ปัญหาพื้นฐานจากตลาดอสังหาฯ ยังเป็นอุปสรรคหลักต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ โดยข้อมูลล่าสุดจาก BCA Research ชี้ว่า แม้ยอดขายบ้านมือสองจะเริ่มทรงตัว แต่ยอดเริ่มก่อสร้างบ้านแตะระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี และราคาบ้านยังคงลดลงต่อเนื่อง ส่วนผู้พัฒนาอสังหาฯ ยังคงเผชิญภาวะเงินทุนตึงตัวและไม่สามารถเร่งการก่อสร้างหรือปล่อยของได้ ส่งผลต่อการจ้างงานและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในภาพรวม
Related Indices & Funds (ข้อมูล ณ 27/03/2568)
Hang Seng China Enterprises Index: -5.56% ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา
Market Outlook
ตลาดหุ้นจีนพักฐานในระยะสั้นจากความกังวลด้านกลุ่มเทคโนโลยีที่ยังขาด earnings visibility แม้จะมี narrative ด้าน AI หนุนก็ตาม การฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มนี้ในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับ กำไรที่เติบโตจริงจากธุรกิจหลัก (core earnings) และ ความคืบหน้าในการ monetization จาก AI infrastructure รวมถึงความสามารถในการสร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศ
ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจจีนยังคง “ฟื้นแบบไม่ทั่วถึง” (uneven recovery) โดยภาคที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ เช่น AI และ Cloud มี momentum บ้าง แต่ภาคอสังหาฯ และการบริโภคในเมืองรองยังคงเปราะบาง นักลงทุนต่างชาติจึงยังไม่เร่งกลับเข้ามาในตลาด A-shares หรือ H-shares
Action
- สำหรับลูกค้ารับความเสี่ยงได้สูงสามารถทยอยเข้าลงทุนกองทุน K-VIETNAM รวมถึงเป็นจังหวะทยอยสะสมกองทุนลดหย่อนภาษีทั้ง KVIETNAMRMF
- สำหรับลูกค้ารับความเสี่ยงได้สูงสามารถทยอยเข้าลงทุนกลุ่ม Global Healthcare ผ่านกองทุน K-GHEALTH
- สำหรับลูกค้ารับความเสี่ยงได้สูงสามารถทยอยเข้าลงทุนหุ้นเอเชีย ผ่านกองทุน K-ASIAX
- สำหรับลูกค้ารับความเสี่ยงได้สูง สามารถทยอยเข้าลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ผ่านกองทุน K-USA, K-HIT
- สำหรับลูกค้ารับความเสี่ยงได้กลางและต่ำ แนะนำสามารถเข้าซื้อกองทุนผสม K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP และ K-FIXEDPLUS-A
- ลูกค้าที่ถือกองทุนหุ้นจีนและมีกำไรเกิน 10% แนะนำ Take profit บางส่วน
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-FIXEDPLUS-A ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
- K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-VIETNAM, K-GHEALTH, K-ASIAX, KVIETNAMRMF, K-USA-A(A) K-USA-A(D), K-HIT-A(A) ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-FIXEDPLUS-A: ป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 90%ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-GHEALTH, K-USA-A(A) K-USA-A(D), K-HIT-A(A): ป้องกันความเสี่ยงบางส่วน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-VIETNAM, K-ASIAX, KVIETNAMRMF: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
- K-FIXEDPLUS-A: T+2
- K-GHEALTH, K-ASIAX, K-USA-A(A) K-USA-A(D), K-HIT-A(A): T+4
- K-VIETNAM: T+5
- KVIETNAMRMF: T+5 (เมื่อลงทุนครบตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: T+6