-
เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.2 ที่มีศูนย์กลางในประเทศเมียนมาร์ ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดทำการในช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา ในระยะสั้นอาจส่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคบริโภคภายในและการลงทุน แต่จากการติดตามสถานการณ์ความเสียหาย ประเมินว่าผลกระทบค่อนข้างต่ำและจำกัด
-
กองทุนแนะนำในสัดส่วนของ Core พบว่า K-WealthPLUS Series มีสัดส่วนการลงทุนในไทยผ่านกองทุนตราสารหนี้ K-FIXED-A ส่วนของ Satellite ทาง K WEALTH ไม่มีคำแนะนำกองทุนหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือกที่มีสัดส่วนการลงทุนในไทย
-
K WEALTH ยังคงแนะนำให้นักลงทุนกระจายสัดส่วนการลงทุนไปยังสินทรัพย์ต่างประเทศทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก และไม่ตื่นตระหนก พร้อมติดตาม Update ข่าวสารตลอดเวลา
Market Update
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 8.2 ที่มีศูนย์กลางในประเทศเมียนมาร์ ซึ่งส่งแรงสั่นสะเทือนกระทบถึงประเทศไทย ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดทำการในช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา
ปัจจุบันพบว่ามีความเสียหายขนาดใหญ่เกิดขึ้นที่อาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ขณะที่ภาคส่วนอื่นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งยังไม่พบความเสียหายขนาดใหญ่เพิ่มเติม
ซึ่งในระยะสั้นอาจส่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคบริโภคภายในและการลงทุน แต่จากการติดตามสถานการณ์ความเสียหาย ประเมินว่าผลกระทบค่อนข้างต่ำและจำกัด
ส่วนผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ข้อมูลในอดีตชี้ว่ามีผลกระทบเพียงระยะสั้น และเมื่อประกอบกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากในประเทศไทย จึงประเมินว่าจะมีผลกระทบค่อนข้างจำกัดต่อภาคการท่องเที่ยว
K WEALTH จึงได้ดำเนินการตรวจสอบและอัพเดตข้อมูลสถานะการลงทุนของแต่ละกองทุนในพอร์ตแนะนำ Core&Satellite และได้ข้อสรุป ดังนี้
- กองทุนแนะนำในสัดส่วนของ Core อย่าง K-WealthPLUS Series พบว่า K-WealthPLUS Series มีสัดส่วนการลงทุนในไทยผ่านกองทุนตราสารหนี้ K-FIXED-A
- กองทุนแนะนำในสัดส่วนของ Satellite ซึ่ง K WEALTH ไม่มีคำแนะนำกองทุนหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือกที่มีสัดส่วนการลงทุนในไทย โดยแนะนำให้เน้นกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ในต่างประเทศ
- กองทุนแนะนำในสัดส่วนของ Satellite ที่เป็นกองทุนตราสารหนี้ ซึ่งแบ่งออกเป็นกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ และกองทุนตราสารหนี้ที่เน้นลงทุนตราสารหนี้ในประเทศไทย โดยในส่วนกองทุนที่เน้นลงทุนตราสารหนี้ในประเทศไทย ซึ่งก็คือ กองทุน K-FIXEDPLUS-A
พบว่าจากข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.พ. 68 กองทุนมีสัดส่วนในหุ้นกู้ของบริษัทกลุ่มอสังหาฯ อยู่ 6.6% แต่ด้วยกระบวนการลงทุนซึ่งเน้นคัดเลือกหุ้นกู้คุณภาพดีระดับ Investment Grade อีกทั้ง กนง. มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม จึงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยง
นอกจากนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันว่าระบบการชำระเงินและบริการทางการเงินต่างๆ สามารถใช้งานได้ตามปกติ ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแจ้งเปิดการซื้อขายตามปกติตั้งแต่วันจันทร์ที่ 31 มี.ค. 68 นี้
ความเห็น
ต้องเฝ้าติดตาม Aftershock ที่อาจตามมา และต้องประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงสงครามการค้าของการประกาศภาษีสินค้าตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ในวันที่ 2 เม.ย.
มุมมองการลงทุน
K WEALTH มีมุมมอง Neutral ต่อการลงทุนหุ้นไทย โดยจากการติดตามข้อมูลผลกระทบและพัฒนาการของเหตุการณ์ในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับหน่วยงานภาครัฐได้ออกมาตรการช่วยเหลือและลดผลกระทบ จึงมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีผลกระทบต่ำและค่อนข้างจำกัดต่อเศรษฐกิจไทย
คำแนะนำการลงทุน
คาดหุ้นไทยยังคงผันผวนหนัก ไม่ควรลดสถานะลงทุนในช่วงที่ตลาดเกิดความตื่นตระหนก และยังไม่แนะนำลงทุนในตลาดหุ้นไทยแม้ตลาดปรับลดลงก็ตาม
นักลงทุนที่รับความผันผวนได้ต่ำ แนะนำลงทุนในตราสารหนี้ไทย เช่น K-FIXEDPLUS-A หรือ K-SFPLUS ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเชิงลบที่จำกัด
K WEALTH ยังคงแนะนำให้นักลงทุนกระจายสัดส่วนการลงทุนไปยังสินทรัพย์ต่างประเทศทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก ผ่านพอร์ตแนะนำ Core&Satellite และสำหรับนักลงทุนที่มีสัดส่วนการลงทุนในไทย แนะนำสามารถถือลงทุนต่อได้ แต่หากมีความกังวลสูงต่อสถานการณ์ แนะนำให้ลดสัดส่วนลงได้
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-FIXEDPLUS-A ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
- K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-VIETNAM, K-GHEALTH, K-ASIAX, KVIETNAMRMF, K-USA-A(A) K-USA-A(D), K-HIT-A(A) ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-FIXEDPLUS-A: ป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 90%ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-GHEALTH, K-USA-A(A) K-USA-A(D), K-HIT-A(A): ป้องกันความเสี่ยงบางส่วน
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-VIETNAM, K-ASIAX, KVIETNAMRMF: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
- K-FIXEDPLUS-A: T+2
- K-GHEALTH, K-ASIAX, K-USA-A(A) K-USA-A(D), K-HIT-A(A): T+4
- K-VIETNAM: T+5
- KVIETNAMRMF: T+5 (เมื่อลงทุนครบตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: T+6