K WEALTH WHY: แค่ Passive ก็พอ แล้วจะมีผู้จัดการกองทุนไปทำไม?

กดฟัง
หยุด

1. ถ้ากองทุน Active แพ้ Passive เราจะมี Fund Manager ไปทำไม ?: Fund Manager ไม่ได้มีหน้าที่แค่สร้างผลตอบแทน แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนตามดัชนี

2. นักลงทุนทั่วไปซื้อ S&P500 แล้วเลิกสนใจเรื่องลงทุนได้ไหม ?: ไม่ได้ เพราะ Passive ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องตัดสินใจ แต่คือการเลือกลงทุนตามดัชนี เมื่อตลาดหรือเป้าหมายเปลี่ยนก็ต้องปรับการลงทุน

3. ควรให้เวลา Active Fund กี่ปี ก่อนตัดสินใจว่าเลือกถูกหรือผิด ?: เรื่องระยะเวลาไม่มีตายตัว ตั้งคำถามกับผู้จัดการกองทุนว่าผลงานที่แพ้เกิดจากอะไร

4. รู้ได้อย่างไร ว่า Fund Manager คนไหนมีฝีมือ ?: ดูวิธีเลือกหุ้น ทีมงาน กระบวนการทำงาน และความสามารถในการทำซ้ำเมื่อสภาวะตลาดเปลี่ยน

5. ถ้าเชื่อใน AI ควรเลือก Tech ETF หรือ Active Fund ?: ธีมซับซ้อนอย่าง AI อาจเป็นพื้นที่ที่ Active มีบทบาท เพราะผู้ชนะอาจเปลี่ยนจาก Semiconductor ไปสู่ Power, Healthcare, Financial หรือธุรกิจที่ใช้ AI เพิ่ม Productivity

6. นักลงทุนจะตรวจสอบได้อย่างไร ว่า Fund Manager รู้จริง ?: อย่าดูแค่ผลงานในแต่ละเดือน ให้ดูผลตอบแทนและความเสี่ยงควบคู่กันด้วย และสามารถเข้าไปดู Fund Manager Comment เพื่อเข้าใจมุมมองและการปรับพอร์ต ช่วยตรวจสอบวิธีคิดและแนวทางเลือกหุ้นได้

7. ถ้าต้องจัดพอร์ตใหม่จากศูนย์ เลือก Passive หรือ Active ?: ถ้าต้องเลือกอย่างเดียวจะตั้งต้นด้วย Passive เพราะตามผลตอบแทนตลาดได้ โดยไม่ต้องเลือกหุ้นเอง เลือก Active เฉพาะจุดที่ Fund Manager สร้างความต่างได้จริง ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงในทุกส่วนของพอร์ต

8. จุดเด่นที่ Active Fund มี แต่ Index Fund ทำไม่ได้: การลดความเสี่ยง เช่น ลดน้ำหนักหุ้นที่แพงเกินไป ถอยออกจากกลุ่มที่เสี่ยงเกินจำเป็น ปรับพอร์ตได้ แต่มีข้อควรระวังคือ พอร์ตที่ต่างจาก Index อาจมีช่วงผลงานไม่ดี อย่าดูเพียงผลตอบแทนระยะสั้น ต้องดูว่าแนวคิดและกระบวนการลงทุนยังสมเหตุสมผลไหม


คำเตือน


Back to top